ดุน เจ จี's profileDaLilFunKyDJ~日記PhotosBlogLists Tools Help

DJ June Bloom

Occupation
Photo 1 of 58

July 24

Life in the Fast Lane...

เพิ่งจะรู้สึกว่า...
ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องกลับมาอัพสเปซ
ก่อนจะครบ 1 ปี จากตอนบ้าซีรี่ส์ไต้หวัน(อาม่อน)
 
วันนี้อาจจะไม่เขียนบ้าบอเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะรู้สึกนอยๆยังไงไม่รู้... อย่าถือสา
เนื่องมาจากอาการป่วยซ้ำซ้อน
 
หัวข้อ...
ไทม์ไลน์ - วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป - ชีวิตใหม่ใต้ปราสาทแดง

(ฟังดูน้ำเน่าพิลึก)

ขอบันทึกไว้ก่อนจะลืม
 
16 พค. CU First Date
-เป็นวันหลังจากไปซอยผมเพิ่มมา1วัน เพื่อนๆลงความเห็นว่าเปรี้ยวเกิน เลยเสียเซลฟ์นิดๆตอนเดินเข้าซุ้มวิศวะ เป็นวันที่เหมือนงานHomecomingยังไงยังงั้น เจอคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนานเยอะมาก คนที่ไม่เจอกันมา6ปีก็เจอกันที่นี่
 
26พค. รับน้องก้าวใหม่
-ร้อนๆ เครียดๆ ตอนเช้ามาถึง คนอัดกันแน่นอยู่หน้าประตูใหญ่ รอนานมากก จนไม่รู้ตัวเองจะรีบมาทำไม นั่งอยู่ริมรั้วกับแฟร์+นานา โดนรุ่นพี่ลากไปเข้าบ้านนั้นบ้านนี้ ทีแรกเลยก็ตั้งใจจะเข้าบ้านยิ้ม แต่นานามาโดนพี่หลีดลากเข้าบ้านแรงซะก่อน แต่ก็ดี ได้เจอปอย+กิ้ก เพื่อนบริติช
เต้นๆๆจนหมดแรง ตอนเย็นเลยหนีกลับซะ ไม่ได้อยู่ดูคอนเสิร์ตกะเค้า

-หมายเหตุ 27 พค. ป่วยเพราะโดนแดดมากไป นอนซมอยู่บ้าน...
 
14มิย. พิธีไหว้ครู
-เอ่อ เป็นวันที่นิสิตวิศวฯจากอัสสัมคอนฯพร้อมใจกันร่วมงานไหว้ครูที่จุฬาฯ ในขณะที่เพื่อนๆคณะอื่นพากันกลับโรงเรียนหมด เสียดายมากๆที่ไม่ได้กลับไป อยากเจอเพื่อนๆมากเลยอ่า ปกติแล้วกลับโรงเรียนบ่อยมาก(ไปรับน้อง) แต่วันที่คนอื่นไปเราก็กลับไม่ไปซะงั้น
 
18มิย. เปิดกีฬาเฟรชชี่
-หนีห้องเชียร์ตามเคย -*- แอบเข้าไปนั่งสแตนฝั่งทีมเยือนกะแพทป้อดิวนัทน้อต บังเอิญได้เจอพลอย เพื่อนเด็กแนวที่บริติชอีกละ คิดว่าพลอยน่าจะเรียนสถาปัตย์ แต่กลับติดหมอซะก่อน เลยอดเจอกันที่จุฬาฯเลย
-นานาเต้นหลีด แต่ไม่ได้แว่บไปถ่ายรูปด้วย เห็นชัดๆแค่ตอนเดินเข้า หุ่นดีขึ้นมากจริงๆนะคนเนี้ย
*ไว้มาต่อ วันนี้เมื่อยละ
 
 
October 02

Devil Besides Me...

วันคืนผ่านไป จนแล้วจนเล่า เธอก็ยัง Appear Offline

แต่ทว่า 4 เดือนให้หลัง เธอก็กลับมา...เพื่ออัพสเปซ

แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้กลับมาอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป

เพราะเธอมี...เจ้าปีศาจอยู่เคียงข้าง

 เรื่องมันมีอยู่ว่า

 

ระหว่างที่จูนเธอกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับดีวีดี Devil Besides You ที่เธอเฝ้าดูตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นมา

บัดนั้นเป็นเวลา ตี5ครึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีแววจะจบ

จูนกำลังซบหน้าลงกับหมอนที่ชุ่มด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม

แหงล่ะ เห็นหน้าพระเอก ก็น้ำตาเต็ม2เบ้าแล้ว

ไม่แคล้วเธอนี่ท่าจะบ้า

พอเธอเงยหน้า กลับแปลกประหลาดใจอย่างยิ่งว่า

เจ้าปีศาจนั้น มานอนอยู่ข้างๆเธอ

 กรี้ดดดดดด................

นั่นเป็นเสียงกรีดร้องทีเปี่ยมไปด้วยความดีใจที่สุด เท่าที่เคยหลุดจากปากของเธอ

เรื่องต่อจากนั้นนะหรอ มันเป็นความลับระหว่างสองเรา ใช่มี้ย อาม่อน

แน่นอนอยู่แล้วล่ะ...

ภาพนี้ เป็นที่ระลึกจากความฝัน ที่ฉันได้พบกับอาม่อน

อย่านึกไปไกล ว่านางเอกที่ไหน

เพราะเจ้าของภาพ ใช้เวปแคมหลับตาถ่ายรูปอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง (21ภาพ)

เพื่อคัดรูปที่ดีที่สุดรูปเดียว

แต่งสี ไม่เนียนเท่าไหร่ เลยsmart blur กลบเกลี่อนละกัน

อย่ามองไปเป็นนางเอกคนอื่นเท่านั้นพอ


  Behind The Scene.......

ปิดเทอมแล้ว ปล่อยความบ้าออกมาโลดแล่น ด้วยการดูหนังโรแมนติก ที่คนอย่างชั้น สู้เพื่อต่อต้านมันตลอดมา

ไหงพอมาดู ท่าจะหนักกว่าใครเพื่อน

นี่ยังดูไม่จบอะ คืนนี้กะจะนอนเร็วซะหน่อย ขนาดนอน6โมงเช้า มาหลายวันแล้วนะเนี่ย...

ก็ยีงไม่วายมานั่งตัดต่อภาพในความฝันให้เป็นจริงขึ้นมา

เฮ้อ เด็กอะไร ไร้สาระจริงๆ


PS. ยังไงก็ขอให้ทุกคนสนุกกับปิดเทอมนี้นะจ๊า

อาม่อน&ดุนเจจี

June 10

กลับมาตามคำเรียกร้องของหัวใจ (เน่าซะ)

วันนี้มีเซ้นส์ว่ามันต้องยาวแหงแก๋เลยฟ่ะ แต่ถ้าใครหลวมตัวมาอ่านแล้ว ห้ามหยุดอ่านนะ มีเคืองๆ
 
ดูซิว่าชีวิตชั้นมันวุ่นวายแค่ไหน อย่างเช่นวันนี้ ไหนจะต้องตื่นมาเล่นซิมส์(ภาคธุรกิจแล้วน้า ก็รู้ๆกันอยู่ว่าซิมส์คือเกมส์เติมเต็มชีวิตจริงที่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเด็กอย่างชั้นโหยหามานาน ฮุฮุ) นอกจากนี้แล้วยังต้องมานั่งจัดบ้านให้ดูเฟคที่สุด เพราะอะไรนะเรอะ ก็เพราะพวกคุณนายที่จะยกพลมาถล่มบ้านชั้นไงยะ...
 
ก็ไม่ได้ทำไรมากมาย มีคุณนายสบายอยู่คนเดียวที่ดูจะซีเรียสกะงาน ก็ป้าเวไงหละ สบายเหลือเกิ้นน นั่งในห้องตลอด พอจะกินก็ต้องไปอัญเชิญลงมา กินมาม่าผัดซุปเปอร์ซอลตี้พลัสเมกก้าชิลลี่แอนด์เอ็กซ์ตร้าดรายสามัคคี (หลังๆนี่ฟังดูเหมือนอย่างอื่น...) กินๆไปแป๊ป พอเห็นท่าทางเหลือคำสองคำ เจ้ก็วิ่งฉิวไปข้างบน หนีการล้างจานซะงั้น สรุปวันนี้ช้านล้างจานไปมหาศาล ถ้าทำงานพาร์ตไทม์อยู่เมกาคงรวยเละไปแล้ว
ส่วนอีกสองคุณนาย ก็มานั่งรื้อกองเทปละครของน้องช้าน เปิดดูแล้วก็นั่งกิ๊วก๊าวดารากันอยู่นั่น ขนาดเจ้วาแกหนีไปเมกาปีนึง กลับมาก็ยังติดละครช่องเจ็ดเหมือนเดิม เฮ้อ
 
ไอประโยคแรกท่าจะไม่จิงแฮะ โดนแม่เรียกไปนอนละ
ไม่รู้จะนอนไปทำไม อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นละ ไปนั่งคุยกะเฟอร์บี้ดีฝ่า
 

 
มาต่อละค่า มาเล่าเรื่องเดือนนี้
 
ก็เดือนนี้เป็นเดือนเกิดนู๋นิคะ ถึงได้ชื่อสุดโหลนี่มาไงหละ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้รู้สึกคนชื่อจูนมันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆฟะ แต่ในรุ่นเราก็ปาเข้าไป3คนละ ไอเรามันก็คนไม่ค่อยจะป๊อป แต่ชอบสำคัญตัวเองผิดไปนิด ใครเรียกตรูก็หันหมดล่ะ ยิ่งรุ่นน้องนี่แบบว่าชื่อนี้เยอะมากๆ เวลานั่งกินข้าวอยู่ข้างๆกลุ่มพวกนี้แล้วรู้สึกว่า ทำไมต้องโดนรุ่นน้องตีรุ่นเท่าด้วยฟะ
 
จริงๆแล้วมาคิดดูดีๆชื่อนี้มันสมควรจะเป็นของเรากว่าพวกมันนะเฟ่ย ก็เราอ่ะ เกิดวันที่1พอดีนิ
แต่แปลกเนอะ คนเราเนี่ย ยึดติดจริงๆ ไอวันที่ 1 นี่มันต่างอะไรกับวันอื่นๆฟะ ถ้าวันที่1มิย. มี 1 วันใน1ปี  ยังไงๆ วันที่ 27 มิย ถึงเลขจะไม่สวย มันก็มีวันเดียวใน 1 ปี เหมือนๆกัน สรุปง่ายๆก็คือมันก็สำคัญเท่าๆกัน เพราะถ้าขาดมันไปก็จะไม่ครบ 1 ปี
ซึ่งเราคิดว่า ถ้าเกิดวันที่ 29 กพ. จะเท่ซะกว่านะ
 
เอ่อ ไอที่เขียนมาข้างบนนี่มันไม่ค่อยเกี่ยวนะ
 
 
January 02

Happy New Year !!! + บทความจูน

My New Year Resolutions
-Read more books, be more hardworking...
also
-Add blog entry in THAI....
 

 
ต่อไปนี้ เป็นบทความเรื่อง ...เจ้จูน ผู้เป็นเจ้ที่ดีมาตลอด3วัน ...โดย ดุน เจ จี (ให้เครดิตไอเดียเว เอาน่า ขำขำ)
 
คำชี้แจง กรุณาอ่านให้จบ แต่งอยู่ตั้งนานนะ และนี่เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นค่ะ ความจริงจูนเธออยู่บ้านตลอดจนข้ามปีเลย
หลังจากมีคนงงๆไปหลายคน
 
 หลังจากที่เราได้เชิญคุณเจ้จูนมาสัมภาษณ์ลงบล็อก ที่สตูดิโอของเราในวันที่ 2 มกราคม เวลาเที่ยงตรง เราก็ได้พบสัจธรรมว่า เราได้เชิญคนผิดเสียแล้ว...
เพราะสิ่งที่เราต้องการคือ เชิญคนที่ใช้เวลาในช่วงปีใหม่ได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ ซึ่งอาจจะเป็น คุณน้องมีน คุณป้าอุ้ม คุณเจ๊เว คุณนายภิ เฮียน่าน้า หมวยโบ หรือคุณหญิงป้อ ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าไปกับการเที่ยวรอบเมืองไทย ไปเคานท์ดาวน์ไกล๊...ไกล ถึงพัทยา บางคนอาจจะไปแอ่วเหนือยามหนาว หรือเอาง่ายๆเลยก็ไปเล่นกีฬา เป็นคุณนายสุขภาพดีไปตามๆกัน
 
แต่ไม่ใช่... คุณเจ้จูน
 
คุณเจ้จูนก้าวเข้ามาในสตูดิโอของเราเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา ห้าสิบเก้านาที ห้าสิบเก้าวินาที (ติ้ด...) ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย หารู้ไม่ว่านั่นทำให้พวกเราเสียความมั่นใจทั้งหมดไปในบัดดล เพราะเธอมาในสภาพที่ ผมหน้าม้าถูกม้วนไปอยู่ข้างหลังด้วยโรล และผมที่เหลือถูกปล่อยไว้อย่างไม่ไยดี เสื้อยืดธรรมดาๆ สีเขียว และกางเกงขาเดฟสีแดงอิฐ(ตอนนี้ก็ใส่อยู่) พร้อมเหยียบคอนเวิร์สเน่าๆอีก 1 คู่ ผมกระซิบกับเพื่อนในกองบ.ก. เพื่อให้เขาไปเอาเช็คค่าตัวมาสัมภาษณ์มาจ่ายให้เธอ และจะได้รีบๆ เปลี่ยนหัวข้อซะ ก่อนจะเสียเวลาไปกว่านี้...
แต่แล้วผมก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อพบว่าคุณเจ้จูนนั้น ทักทายเราอย่างเป็นมิตร เธอส่งยิ้มให้พวกเราทุกคน พร้อมดัดเสียงคิกขุๆ ว่า " แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะ" เหมือนเวลาเธอพูดกะรุ่นพี่น่ารักๆ ยังไงอย่างงั้น
 
แต่ก็เอาเถอะ เพราะผมคิดว่า ผมเขียนเรื่องติงต้องข้างบนนี้มาเยอะซะจนคนอ่านนี่แทบอยากจะปิดทิ้งแล้ว จริงไหมครับ?
 
คุณเจ้จูนนั่งลงบนโซฟาของเราโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต แล้วเธอก็เริ่มเล่าเรื่องที่เราต้องการอย่างไม่ต้องถาม คุณเจ้จูนเล่าว่า เพื่อนๆของเธอได้วางแผนจะไปเที่ยวทะเลด้วยกันช่วงปีใหม่ แต่เธอไม่ได้ไป เนื่องจากคุณแม่เธอกลัวเธอจะจมน้ำทะเล เนื่องจากในช่วงนี้ร่างกายของเธอมีมวลมากเป็นพิเศษ อันเนื่องมาจากพฤคิกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมช่วงปีใหม่ อย่างเช่น
 
เช้า ..... ปูทะเลนึ่ง กุ้งเผา  รวมกันไม่ต่ำกว่า 1.5 กก.
กลางวัน...ป๊อปคอร์น ป๊อปซีเครต รสมูฟวี่เธียเตอร์บัตเตอร์ 3 ถุง น้ำส้ม 2 กล่องใหญ่ๆ ระหว่างการดู Charlie & Chocolate Factory
เย็น.....เป็ดย่าง (อีกและ) และอื่นๆเกินกว่าจะคาดได้
 
ผมขอโทษท่านผู้อ่านจริงๆ ผมนี่อดนอกเรื่องไม่ได้เลยเมื่อได้คุยกับคุณเจ้จูนเนี่ย มาเข้าเรื่องกันต่อ นอกจากนั้น เธอก็ต้องอยู่บ้านเพื่อทำหน้าที่ เจ้ที่ดี ตลอด 3 วัน เพราะตอนช่วงปีใหม่ ญาติๆกว่า30 ชีวิต ได้ตัดสินใจมาจัดงานเลี้ยงปีใหม่ที่บ้านของเธอ ทำให้ทริปทุกทริปมีอันต้องเป็นโมฆะ
 
แต่ปีนี้ก็พิเศษกว่าปีไหนๆ ก็ตรงที่เธอได้รับโทรศัพท์จากคุณเพื่อนๆ ที่พัทยา เพื่อที่จะได้เคานท์ดาวน์ด้วยกัน และก็ยังเคานท์ดาวน์กะคุณนายภิ ตั้งแต่ 3 ทุ่ม นั่นแหละ ซึ่งปกติแล้วคนอย่างเธอ ไม่เคยที่จะอยู่จนถึงเที่ยงคืนได้ ยกเว้นวันที่ทำงานไม่ทัน ซึ่งอาจจะเป็นพรุ่งนี้ เพราะเธอกำลังใช้เวลาไปกับการไร้สาระในบล็อกอยู่นี่ไงครับ
 
แต่เธอก็ดีใจที่ได้เคานท์ดาวน์กะเพื่อนๆเป็นปีแรก  แม้จะไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน แต่เพื่อนๆเธอก็บรรยายให้เธอฟังซะจนเธอเห็นภาพทะลุปรุโปร่งไปแล้ว ยิ่งกว่าเธอไปเองซะอีก
 
ยังไม่ทันจะถึงครึ่งเรื่อง คุณจูนก็รับโทรศัพท์จากคุณแม่ พร้อมเสียงดุๆที่เล็ดลอดออกมา เธอจึงต้องขอตัวไปคุยข้างนอกก่อน เราจึงขอใช้โอกาสนี้พักเรื่องเอาไว้ก่อน
 
.....มีต่อตอนหน้าครับ
(ไม่มีหรอก หมดฟีลละเหอะ)
 
แถม Quote ให้นะ
 
Many people look forward to the new year for a new start on old habits...

Just Like me


ภาคต่อ (ติ้ดนึง) โดย เวโชว

ผมคงไม่ต้องการบรรยายอะไรมากมายกว่านี้สำหรับเหตุการณ์ในสตูดิโอของผม เมื่อจู่ๆ มีหญิงงามร่างยักษ์เดินเข้ามาในสตูดิโอ ผมกับทีมงานเอะใจไม่น้อยว่า เราได้เชิญแขกเพียงคนเดียวจริงๆรึเปล่า สำหรับการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ แต่หล่อนคนนั้น เดินเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เธอเดินเข้าไปหาคุณเจ๊จูนครับ ผมไม่สงสัยหรอก ว่าเขาเป็นเพื่อนกัน ดูจะบ้าเหมือนกันทั้ง 2 คนขนาดนั้น แต่อย่างน้อย เขาทั้งคู่ก็ทำให้ผมเห็นความน่าสนอกสนใจในตัวพวกเขาไม่น้อย ผมจึงทำใจกล้า เดินเข้าไปหาหญิงร่างยักษ์อารมณ์บูดคนนั้น เพื่อถามว่า หล่อนคือใคร

"ฉันเป็นเพื่อนเจ้จูนจ้ะ" หล่อนตอบอย่างเป็นมิตร ผิดกับใบหน้า "พอดีเจ้จูนลืมของ แค่เอามาให้ ไม่มีอะไร"

หล่อนพูดจบก็ยกมือบ้ายบายผม พร้อมทั้งบ้ายบายเจ้จูน แล้วพาร่างยักษ์ๆของหล่อนเดินจากไปอย่างเงียบๆท่ามกลางความงุนงงของทีมงาน ณ เวลานั้น

ผมอดไม่ได้ที่จะถามเจ้จูนว่า "คุณลืมของอะไรหรอครับ"

เจ้จูนตอบผมอย่างยิ้มแย้มว่า "เจ๊ลืมเอกสารนิดหน่อยจ่ะ เจ๊เวเลยเอามาให้"

ผมนึกในใจอย่างขันๆนักว่า -นี่หรอ คุณเจ๊เว-



เราอยากเป็นตัวประกอบหน่ะ ม่ายมีไรหรอก ขอแจม
~เว

November 08

Too Quick to Decide ?

Not long ago (certainly not as long as my last updated for this space!) I've known someone, actually I knew him for a while, but somehow he can't recognise me which isn't surprising thing. Coz we've not even know each other name when we first met.
I have to admit that .... I admire him. With his intelligence and (hmmm..) good-looks, I'm sure there is not only me who thought like this.
Someone told me the facts about him...Actually, the one who told me is his friend. I didn't belived what she said. It sounds like she was blaming him. But I just realized that why did she have to lied, or blamed him ? if what she said is the fact, THE REAL FACTS...
I'm now keeping away from this person. You know what? He said people(maybe in the contact list) keep annoying him. Who do you think you are?  And why did he say like I'm annoying him, but I didn't start the conversation..
There're lots more. But I don't wanna type in here, just don't want to argue with him.
 

 
This part is for you, the one who used my space to be the inspiration, but forget it. Don't wanna talk to you anymore.
1.  I will forget that I've ever known you before...
2.  But I'm sorry if you didn't say anything about me annoying you in your space, or you are talking about anyone else.
3.  Somehow, I'll repeat No.1.
 

DaLilFunKyDJ~日記

Discover the other side of me....